Call Center    085-278 7110, 092-691 6975 , 083-972 1633 ทำการทุกวัน 24 ชั่วโมง

กระดานข่าว

รอบรู้เรื่องเกษตรกรทั่วฟ้าเมืองไทย เพื่อเกษตรกรยุคใหม่

เงินช่วยอ้อย 62/63 เตรียมพิจารณา รอแจกจ่าย!
เงินช่วยอ้อย 62/63 เตรียมพิจารณา รอแจกจ่าย!

อ่านต่อ
Smart Green
Smart Green
Smart Green
Smart Green
ทำอย่างไร!? โรคเน่าคอดิน โรคพืชในฤดูหนาว!
ทำอย่างไร!? โรคเน่าคอดิน โรคพืชในฤดูหนาว!

รู้เท่าทันหนาวนี้ก่อนระบาด!                     โรคของต้นอ่อนหรือกล้าผักต่างๆ ที่รู้จักกันดีที่สุด ได้แก่ โรคโคนเน่าคอดิน (โรคกล้าตายพราย หรือโรคเหี่ยวเขียว) ซึ่งจัดว่าเป็นโรคระบาดสำคัญที่สร้างความเสียหายให้กับผักมากมายหลายชนิด หลายตระกูลในเกือบทุกสภาพของดินและภูมิอากาศตั้งแต่ระยะเริ่มแรกของการเจริญเติบโต เชื้อรามีหลายชนิดที่เป็นสาเหตุให้เกิด โรคเน่าคอดิน ได้แก่ Phycomycetes : Pythium spp. เป็นต้น ลักษณะอาการของโรค                     เชื้อราจะเข้าทำลายพืชในระยะต้นกล้า ทำให้ลำต้นเน่าและตายลงอย่างรวดเร็ว เส้นใยของราที่เป็นสาเหตุจะแพร่กระจายอยู่ในดิน และเข้าสู่ต้นกล้าโดยแทงเข้าไปในเซลล์ผิว แบ่งออกเป็น 2 ขั้น คือ 1) ราเข้าทำลายเมล็ดหรือต้นกล้า ก่อนที่จะงอกพ้นดิน ทำให้เมล็ดไม่งอกหรือรากต้นอ่อน ถูกทำลายทันที ทำให้ไม่มีใบเลี้ยงออกมา 2) ต้นกล้าเป็นโรคเมื่อโผล่พ้นดินแล้ว ถ้าเข้าทำลายส่วนล่างหรือส่วนราก โดยราจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในเนื้อเยื่อพืชโดยเฉพาะราก ทำให้ต้นกล้าเหี่ยวทั้งต้นและหักล้มก่อนจะแสดงอาการเหี่ยว โดยส่วนติดผิวดินจะเน่าในขณะที่ส่วนอื่นยังเต่งอยู่ แต่ถ้าเชื้อราเข้าทำลายส่วนบนหรือส่วนใบเลี้ยง ซึ่งจะพบไม่บ่อยนัก จะพบเมื่อต้นกล้าอยู่กันอย่างหนาแน่นภายหลังจากระยะที่มีฝนตก การป้องกันกำจัด  มีวิธีการป้องกันกำจัดอยู่หลายวิธี เช่น 1. ใช้ชีววิธี โดยใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา ซึ่งเป็นศัตรูของราที่ทำให้เกิดโรคเน่าคอดิน โดยทำการคลุกกับเมล็ด หรือดิน หรือแช่เมล็ดและกิ่งพันธุ์ในอัตรา 200ซีซี/น้ำ20ลิตรเป็นเวลา 2-10ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความหนา บางของเยื่อพืชแต่ละชนิด จะป้องกันการเกิดโรคได้ผลดี หลังเพาะชำ พ่นในอัตรา 100ซีซี/น้ำ20ลิตร และฉีดพ่นหลังปลูกให้ทั่ว ใบ กิ่งก้าน และโคนทุก10วันเพื่อป้องกันและกำจัดโรคพืช 2. คลุกเมล็ดด้วยสารเคมีที่ฆ่าเชื้อรา (fungicide) ช่วยป้องกัน hypocotyls และradicle ที่งอกมาให้มีความต้านทานต่อรา ที่นิยมใช้คือ captan , dichlone และ thiram 3. ใช้สารเคมีพ่นต้นกล้าในระยะที่ปลูกใหม่ เช่น ziram , chloranil , captan ,soluble coppers ถ้าดินมีเชื้อมากและมีความชื้นสูง 4. ปรับสภาพแวดล้อมเพื่อลดความรุนแรงของเชื้อโรคโดย 4.1 เพาะเมล็ดในระดับตื้น ลึกจากผิวดิน 1/4 นิ้ว งดให้น้ำตอนเช้าเพื่อให้การระเหยน้ำเร็วขึ้น จัดการระบายน้ำ ในแปลงเพาะให้ดี 4.2 กำหนดความหนาแน่นของกล้าในแปลงเพาะให้เหมาะสม 4.3 กำจัดวัชพืชในแปลงเพาะ 4.4 ไม่ควรให้ร่มเงามากเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ 4.5 ใช้ปุ๋ยที่มีระดับของไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และ โปแตสเซียม สมดุลเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ลำต้น โดยอัตราที่เหมาะสมคือ nitrogen : phosphorus : potassium = 1: 2: 1 4.6 ใช้ดินที่เป็นกรดในการเพาะ   หากเกษตรกรท่านใดมีข้อสงสัยต้องการ ปรึกษาและขอคำแนะนำติดต่อได้ที่ ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.)และสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่าน หรือ ศูนย์ส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตพืช (สมาร์ทกรีน) 081-9967123 หมอนก ขอบคุณข่าวสารดีดีจาก : เว็บเชียงใหม่นิวส์

อ่านต่อ
เร่งเตรียมเอกสาร! เงิน 17 บาทรออนุมัติ
เร่งเตรียมเอกสาร! เงิน 17 บาทรออนุมัติ

                    เงินช่วยเหลือ 17 บาทต่อตันอ้อย ฤดูการผลิตปี 61/62 พี่น้องชาวไร่อ้อยที่มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือจะต้องจดทะเบียนเป็นชาวไร่อ้อยกับ สอน. เป็นคู่สัญญาส่งอ้อยกับโรงงานน้ำตาล มีชื่ออยู่ในบัญชีส่งอ้อย 61/62 ต้องเตรียมเอกสาร 3 อย่าง คือ1. สำเนาบัตรประชาชน2. บัตรชาวไร่อ้อย3. สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารของ ธกส.                     สิทธิรับเงินช่วยเหลือและขั้นตอนการทำเอกสารต่างๆจะเหมือนกับครั้งที่เคยยื่นขอเงินช่วยเหลือ 53 บาทต่อตัน แต่ให้นับทุกตันอ้อยที่ส่งตลอดทั้งฤดูหีบ 61/62 สำหรับแบบฟอร์ม สามารถดาวโหลดได้จากเว็ปไซต์ "สำนักงานกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย"โดยต้องระบุวันที่บนเอกสาร ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 1 พ.ย. 62 เป็นต้นไป                    เพื่อลดภาระของพี่น้องชาวไร่อ้อยรายเล็ก ที่อยู่ห่างไกลโรงงานและได้รับเงินช่วยเหลือไม่มาก ทางเพจโรงงานน้ำตาลแห่งประเทศไทยขอความร่วมมือพี่น้องโรงงานน้ำตาล ช่วยเตรียมข้อมูล เตรียมแบบฟอร์ม ช่วยทำสำเนาเอกสาร ออกบริการที่สำนักงานเขตส่งเสริมเพื่อลดเวลาการเดินทางและค่าใช้จ่ายของพี่น้องชาวไร่อ้อย                   การช่วยออกบริการกับพี่น้องชาวไร่อ้อย ให้ได้รับความสะดวก การช่วยตรวจสอบเอกสาร อธิบายให้เข้าใจสิทธิรับเงินช่วยเหลือการทำให้เอกสารชาวไร่แต่ละรายเสร็จสมบูรณ์ การเร่งรวบรวมเอกสารส่ง สอน. เป็นงานสำคัญและจำเป็นมาก โรงงานน้ำตาลที่รวบรวมเอกสารและทำเสร็จได้เร็ว กองทุนอ้อยและน้ำตาล ก็จะโอนเงินเข้าบัญชีชาวไร่อ้อยเร็ว

อ่านต่อ
"สุริยะ" เร่งช่วยชาวไร่อ้อยให้ความหวัง ก.ย.มีข้อสรุป

            นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ไปเร่งหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย  จากปัญหาราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 2562/63 ตกต่ำ เพื่อช่วยเหลือชาวไร่อ้อย ด้านปัจจัยการผลิตและการชำระหนี้ของกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กท.) วงเงิน 2,085 ล้านบาท กับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยแนวทางทั้งหมดจะได้ข้อสรุปในเดือน ก.ย.นี้ เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป สำหรับราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 2562/63 ที่จะเปิดหีบในเดือน พ.ย.นี้ สอน.ได้ประมาณการรายได้ที่เกษตรกรจะได้รับอยู่ที่ 837 บาทต่อตัน (เฉลี่ย 12 ซี.ซี.เอส.) ซึ่งมาตรการช่วยเหลืออาจพิจารณาในรูปแบบคล้ายคลึงกับฤดูการผลิตปี 2561/62 ที่ ครม.ได้อนุมัติจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นประจำปีงบประมาณ 2562 จำนวน 6,500 ล้านบาท เพื่อซื้อปัจจัยการผลิตตันละ 50 บาท รายละไม่เกิน 5,000 ตัน และการช่วยเหลือคงจะต้องดูรายละเอียด ซึ่ง สอน.รายงานว่าอาจใช้แนวทางช่วยเหลือชาวไร่ที่ตัดอ้อยสดมากกว่าอ้อยไฟไหม้แต่ยอมรับว่าราคาอ้อยที่ได้รับรวมอาจไม่ถึง 1,000 บาทต่อตัน เพราะต้องดูงบประมาณของภาครัฐภาพรวมด้วย         นายสุริยะ กล่าวว่า อุตสาหกรรมอ้อยมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทยอย่างมาก โดยมีมูลค่าทั้งตลาด 250,000 ล้านบาทจึงต้องสนับสนุนเพื่อให้อุตสาหกรรมนี้อยู่รอด โดยอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญคือการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย ที่เดิมจะนำอ้อยไปผลิตน้ำตาลทรายเท่านั้น ก็ให้สามารถไปต่อยอดเพิ่มมูลค่าทั้งเอทานอลและไบโอชีวภาพหรืออุตสาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) ด้วยการนำนวัตกรรมมาเพิ่มมูลค่าอ้อย. ที่มา : ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 28 ส.ค. 2562

อ่านต่อ
ทำไมต้องตรวจดิน? ดินสำคัญอย่างไร?
ทำไมต้องตรวจดิน? ดินสำคัญอย่างไร?

สภาพของดินแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะสารอาหาร หรือแร่ธาตุ ก็ไม่เท่ากัน อาจเพราะเวลาหรือการใช้งาน ดังนั้นหากต้องการปลูกพืชจะต้องมีการตรวจวิเคราะห์ดินก่อนที่จะดำเนินการปลูกพืช เพื่อให้รู้ว่ามีสารอาหารอะไรเท่าไหร่ แล้วเราต้องเตรียมดินอย่างไร เพื่อให้พืชที่ปลูกนั้นได้สารอาหารอย่างเต็มที่ เป็นประโยชน์ให้เติบโตและสมบูรณ์

อ่านต่อ
ครม.อนุมัติสินเชื่อ6พันล้าน ตั้งเป้า3ปีชาวไร่เลิกเผาอ้อย
ครม.อนุมัติสินเชื่อ6พันล้าน ตั้งเป้า3ปีชาวไร่เลิกเผาอ้อย

          ครม.ไฟเขียวแผน เพิ่มประสิทธิภาพอ้อยครบวงจร 2562-2564 อนุมัติวงเงินกู้ 6,000 ล้านบาท ปล่อยกู้ชาวไร่ซื้อเครื่องจักรการเกษตร รถตัดอ้อย พัฒนาแหล่งน้ำ ตั้งเป้าเลิกเผาอ้อยภายใน 3 ปี ลดมลพิษทางอากาศ พร้อมร่าง กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การตรวจสอบ สินค้าเกษตร           นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจร ปี 2562-2564 โดยให้สินเชื่อกับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร สถาบันชาวไร่อ้อย กลุ่มบุคคลและวิสาหกิจชุมชน วงเงินกู้ปีละ 2,000 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2562-2564 รวมเป็นเงิน 6,000 ล้านบาท           ทั้งนี้ สินเชื่อดังกล่าว กำหนดให้ใช้ เงินทุนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีเงินกู้แต่ละรายต้องไม่เกิน 29 ล้านบาท แยกเป็นเงินกู้เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำ และการบริหารจัดการน้ำในไร่อ้อย และปรับพื้นที่ปลูกอ้อย วงเงินกู้ไม่เกินรายละ 500,000 บาท รวมทั้งอีกส่วนเป็นเงินกู้เพื่อซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร แยกเป็น รถตัดอ้อยใหม่ขนาดใหญ่ มีวงเงินกู้ไม่เกินรายละ 15 ล้านบาทและรถตัดอ้อยใหม่ขนาดกลาง วงเงินกู้ไม่เกินรายละ 10 ล้านบาทส่วนรถตัดอ้อยเก่าขนาดใหญ่ มีวงเงินกู้ไม่เกินรายละ 10 ล้านบาทและรถตัดอ้อยใหม่ขนาดกลาง วงเงินกู้ไม่เกินรายละ 8 ล้านบาท           สำหรับอัตราดอกเบี้ย แยกเป็นเกษตรกรรายบุคคล คิดดอกเบี้ยในอัตรา 2% ต่อปี เช่นเดียวกับกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร สถาบันชาวไร่อ้อย กลุ่มบุคคลและวิสาหกิจชุมชน ที่คิดดอกเบี้ย 2% ต่อปี ส่วนกรณีการกู้เงินเพื่อจัดซื้อรถตัดอ้อย ประเภทรถแทรกเตอร์ หรือรถบรรทุก คิดดอกเบี้ยในอัตรา 4% ต่อปี โดยรัฐบาลไม่ต้องชดเชยดอกเบี้ยในส่วนนี้ แต่ ธ.ก.ส.รับภาระชดเชย 1% ต่อปี โดยมีกรอบวงเงินงบประมาณชดเชยดอกเบี้ยประมาณ 599.43 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังขอความร่วมมือด้านการบริหารจัดการ เพื่อเป็นต้นแบบการเก็บเกี่ยว และการขนส่งอ้อยให้โรงงาน โดยความร่วมมือจากโรงงานน้ำตาลและชาวไร่อ้อย ในฤดูการผลิตปี 2562/2563 เพื่อกำหนดพื้นที่ปลอดการเผาอ้อย เป็นจังหวัดต้นแบบปลอดการเผาอ้อย ตัดอ้อยสด 100% ในแต่ละภาค รวม 5 จังหวัด คือ กาญจนบุรี ราชบุรี ชัยภูมิ เลย และอุตรดิตถ์ การจัดการพื้นที่ลดการเผาอ้อย รอบชุมชนในรัศมี 5 กิโลเมตร และรอบโรงงานน้ำตาลในรัศมี 10 กิโลเมตร และการบูรณาการ ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการกำหนดคิวรับอ้อยสดและอ้อยไฟไหม้ด้วย ตั้งเป้าไร่การเผาอ้อยใน 3 ปี          นอกจากนี้ ครม.เห็นชอบมาตรการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้ โดยตั้งเป้าหมายให้การเผาอ้อยต้องหมดไปจากประเทศไทยภายใน 3 ปี หรือภายในปี 2565 ด้วยการกำหนดมาตรการทางกฎหมาย เพื่อลดปริมาณ เผาอ้อยลงเป็นรายปี โดยในฤดูการผลิตปี 2562/2563 จะหักราคาอ้อยไฟไหม้จากชาวไร่ อ้อยตันละ 5% และให้โรงงานน้ำตาลรับอ้อยไฟไหม้เข้าหีบได้ไม่เกินวันละ 30% ในฤดูการผลิต ปี 2563/2564 หักราคาอ้อยไฟไหม้ตันละ 10% และให้โรงงานน้ำตาลรับอ้อยไฟไหม้เข้าหีบได้ไม่เกินวันละ 20% ส่วนในฤดูการผลิตปี 2564/2565 หักราคาอ้อยไฟไหม้ตันละ 15% และให้โรงงานน้ำตาลรับอ้อยไฟไหม้ เข้าหีบได้ ไม่เกินวันละ 0-5% ทั้งนี้ยังมีมาตรการสนับสนุนการจัดหารถตัดอ้อยใหม่ และการจัดหาแหล่งเงินทุน ตั้งเป้าหมาย จัดหารถตัดอ้อยเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 4,000 คัน ในปี 2565 ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 1,802 คัน โดยจัดหาจากผู้ผลิตรถตัดอ้อยไทย และนำเข้าจากต่างประเทศหนุนรถตัดอ้อยค้ำเงินกู้          โดยรัฐจะสนับสนุนผู้ประกอบการผลิตรถตัดอ้อยไทย ด้วยการเพิ่มศักยภาพการผลิตและจำหน่าย ให้เพียงพอกับความต้องการ และส่งเสริมการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน โดยการใช้รถตัดอ้อยและเครื่องจักรกลการเกษตรอื่นๆ นำไปจดทะเบียนเครื่องจักรตามกฎหมายกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อนำไปเป็นสินทรัพย์ค้ำประกันกับแหล่งเงินกู้ได้อีกด้วย         นอกจากนี้ ครม.อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. .. ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยกำหนดให้ยกเลิก กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ.2553         กำหนดให้ผู้ผลิต ผู้ส่งออก และผู้นำเข้าสินค้าเกษตรยื่นคำขอต่อผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานและกำหนดให้เมื่อ ผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานได้รับคำขอ พร้อมทั้งเอกสารหรือหลักฐานถูกต้อง และครบถ้วนแล้ว ให้ดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเกษตรนั้นทันทีที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 12 มิถุนายน 2562

อ่านต่อ

ผลิตภัณฑ์แนะนำ

Smart Green

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า

สั่งซื้อสินค้า