Call Center    085-278 7110, 092-691 6975 , 083-972 1633 ทำการทุกวัน 24 ชั่วโมง

ทำอย่างไร!? โรคเน่าคอดิน โรคพืชในฤดูหนาว!

เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 62 | โดย Admin

รู้เท่าทันหนาวนี้ก่อนระบาด!
                    โรคของต้นอ่อนหรือกล้าผักต่างๆ ที่รู้จักกันดีที่สุด ได้แก่ โรคโคนเน่าคอดิน (โรคกล้าตายพราย หรือโรคเหี่ยวเขียว)
ซึ่งจัดว่าเป็นโรคระบาดสำคัญที่สร้างความเสียหายให้กับผักมากมายหลายชนิด หลายตระกูลในเกือบทุกสภาพของดินและภูมิอากาศตั้งแต่ระยะเริ่มแรกของการเจริญเติบโต

เชื้อรามีหลายชนิดที่เป็นสาเหตุให้เกิด โรคเน่าคอดิน ได้แก่ Phycomycetes : Pythium spp. เป็นต้น

ลักษณะอาการของโรค
                    เชื้อราจะเข้าทำลายพืชในระยะต้นกล้า ทำให้ลำต้นเน่าและตายลงอย่างรวดเร็ว เส้นใยของราที่เป็นสาเหตุจะแพร่กระจายอยู่ในดิน และเข้าสู่ต้นกล้าโดยแทงเข้าไปในเซลล์ผิว
แบ่งออกเป็น 2 ขั้น คือ

1) ราเข้าทำลายเมล็ดหรือต้นกล้ ก่อนที่จะงอกพ้นดิน ทำให้เมล็ดไม่งอกหรือรากต้นอ่อน ถูกทำลายทันที ทำให้ไม่มีใบเลี้ยงออกมา

2) ต้นกล้าเป็นโรคเมื่อโผล่พ้นดินแล้ว ถ้าเข้าทำลายส่วนล่างหรือส่วนราก โดยราจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในเนื้อเยื่อพืชโดยเฉพาะราก ทำให้ต้นกล้าเหี่ยวทั้งต้นและหักล้มก่อนจะแสดงอาการเหี่ยว โดยส่วนติดผิวดินจะเน่าในขณะที่ส่วนอื่นยังเต่งอยู่ แต่ถ้าเชื้อราเข้าทำลายส่วนบนหรือส่วนใบเลี้ยง ซึ่งจะพบไม่บ่อยนัก จะพบเมื่อต้นกล้าอยู่กันอย่างหนาแน่นภายหลังจากระยะที่มีฝนตก

การป้องกันกำจัด 
มีวิธีการป้องกันกำจัดอยู่หลายวิธี เช่น


1. ใช้ชีววิธี โดยใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา ซึ่งเป็นศัตรูของราที่ทำให้เกิดโรคเน่าคอดิน โดยทำการคลุกกับเมล็ด
หรือดิน หรือแช่เมล็ดและกิ่งพันธุ์ในอัตรา 200ซีซี/น้ำ20ลิตรเป็นเวลา 2-10ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความหนา บางของเยื่อพืชแต่ละชนิด จะป้องกันการเกิดโรคได้ผลดี หลังเพาะชำ พ่นในอัตรา 100ซีซี/น้ำ20ลิตร และฉีดพ่นหลังปลูกให้ทั่ว ใบ กิ่งก้าน และโคนทุก10วันเพื่อป้องกันและกำจัดโรคพืช

2. คลุกเมล็ดด้วยสารเคมีที่ฆ่าเชื้อรา (fungicide) ช่วยป้องกัน hypocotyls และradicle ที่งอกมาให้มีความต้านทานต่อรา ที่นิยมใช้คือ captan , dichlone และ thiram

3. ใช้สารเคมีพ่นต้นกล้าในระยะที่ปลูกใหม่ เช่น ziram , chloranil , captan ,soluble coppers ถ้าดินมีเชื้อมากและมีความชื้นสูง

4. ปรับสภาพแวดล้อมเพื่อลดความรุนแรงของเชื้อโรคโดย

4.1 เพาะเมล็ดในระดับตื้น ลึกจากผิวดิน 1/4 นิ้ว งดให้น้ำตอนเช้าเพื่อให้การระเหยน้ำเร็วขึ้น จัดการระบายน้ำ ในแปลงเพาะให้ดี

4.2 กำหนดความหนาแน่นของกล้าในแปลงเพาะให้เหมาะสม

4.3 กำจัดวัชพืชในแปลงเพาะ

4.4 ไม่ควรให้ร่มเงามากเกิน 50 เปอร์เซ็นต์

4.5 ใช้ปุ๋ยที่มีระดับของไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และ โปแตสเซียม สมดุลเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ลำต้น โดยอัตราที่เหมาะสมคือ nitrogen : phosphorus : potassium = 1: 2: 1

4.6 ใช้ดินที่เป็นกรดในการเพาะ

 

หากเกษตรกรท่านใดมีข้อสงสัยต้องการ ปรึกษาและขอคำแนะนำติดต่อได้ที่ ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.)และสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่าน หรือ ศูนย์ส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตพืช (สมาร์ทกรีน) 081-9967123 หมอนก


ขอบคุณข่าวสารดีดีจาก : เว็บเชียงใหม่นิวส์




ผลิตภัณฑ์แนะนำ

Smart Green

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า

สั่งซื้อสินค้า
Free shipping & return
Free Shipping over $300
Money back guarantee
30 Days Money Back Guarantee
Call Center
085-278 7110, 092-691 6975 , 085-278 7110, 092-691 6975
24/7 Available Support

Smart Green
เพราะเรามุ่งหวังให้เกษตรกรเพิ่มผลผลิต และสร้าง คุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้แก่เกษตรกร

© 2018© Copyright 2018 Smart Green Farming All rights reserved.

  • ...
  • ...
  • ...
  • ...